จากห้องเรียนสู่บ้านเกิด “โชว์ภูมิ” เปิดพื้นที่นักศึกษาบริหารฯ วาสุกรี เปลี่ยนความรู้เป็นพลังพัฒนาชุมชน

เมื่อการเรียนรู้ไม่ได้จบลงที่ห้องเรียน แต่สามารถต่อยอดสู่การทำงานจริงและกลับไปสร้างคุณค่าให้กับบ้านเกิด “โครงการโชว์ภูมิ” จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปิดมุมมองให้นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์วาสุกรี จาก 4 สาขาวิชา ได้แก่ การบัญชี การตลาด การจัดการ และการจัดการธุรกิจและสารสนเทศโลจิสติกส์ ได้เห็นเส้นทางจากองค์ความรู้ในห้องเรียนสู่การทำงานจริงกับชุมชน

“โชว์ภูมิ” เป็นโครงการของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยมอบหมายให้ Amarin Academy ดำเนินการค้นหาและพัฒนานักศึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของโครงการ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้และทำงานร่วมกับชุมชนต้นแบบ ตลอดจนภาคีเครือข่ายและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาชุมชนและต่อยอดศักยภาพของพื้นที่ รวมถึงการนำองค์ความรู้กลับไปสร้างคุณค่าให้กับบ้านเกิดของตนเอง  สำหรับนักศึกษามทร.สุวรรณภูมิ โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมนอกห้องเรียน แต่เชื่อมโยงกับการเรียนรู้ในรายวิชา “ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)” ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้นำความรู้ด้านการบริหารจัดการ การตลาด การวางแผนธุรกิจ และการจัดสรรทรัพยากร มาวิเคราะห์โจทย์ของชุมชนและมองหาแนวทางพัฒนาที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์กอบชัย เมฆดี ผู้ช่วยคณบดี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเล็งเห็นความสำคัญของการต่อยอดการเรียนรู้ของนักศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในการทำงานจริง ตลอดจนช่วยเหลือและสร้างคุณค่าให้กับชุมชนและสังคม จึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ “โชว์ภูมิ” ซึ่งเป็นโครงการของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่มอบหมายให้ Amarin Academy ดำเนินการค้นหาและพัฒนานักศึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของโครงการ เพื่อร่วมทำงานและพัฒนาชุมชน และสิ่งที่มหาวิทยาลัยอยากเห็น คือ นักศึกษาสามารถนำทักษะและการเรียนรู้จากห้องเรียนที่เกิดขึ้นจากการลงมือปฏิบัติจริง ไปประยุกต์ใช้กับโจทย์ของชุมชน และนำความรู้เหล่านั้นกลับไปพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง โครงการนี้จึงเป็นเสมือนใบเบิกทางให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ได้ลงมือทำงานร่วมกับชุมชน และมองเห็นโอกาสในการนำความรู้ไปสร้างคุณค่าให้กับสังคมต่อไป

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับ นางสาววัลภา แก้วกระจ่าง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาการจัดการ ที่มองว่า โครงการทำให้ได้เห็นข้อมูลและเรื่องราวของชุมชนจากหลากหลายพื้นที่ และเปิดมุมมองให้เห็นว่าแต่ละชุมชนยังมีโจทย์ที่ท้าทาย ซึ่งนักศึกษาด้านการจัดการสามารถนำความรู้เข้าไปช่วยคิด วางระบบ และต่อยอดด้านการตลาดเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ คือการได้เห็นข้อมูลและเรื่องราวของชุมชนต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัด ทำให้เราได้เปิดโลกและรู้ว่าในต่างจังหวัดยังมีโจทย์สนุก ๆ และท้าทายอีกมาก ที่พวกเราสายการจัดการสามารถเข้าไปช่วยคิด ช่วยวางระบบ หรือช่วยทำการตลาดให้ชุมชนแข็งแกร่งขึ้นได้

นอกจากนี้ นักศึกษายังมองเห็นโอกาสในการนำองค์ความรู้ด้านการจัดการธุรกิจและการวางแผนกลยุทธ์กลับไปยกระดับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือธุรกิจท้องถิ่นในบ้านเกิด ทั้งการสร้างรายได้ การบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการวางแนวทางให้ชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน การทำงานจริงยังช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการประยุกต์ใช้ความรู้ให้เหมาะกับบริบทของพื้นที่ จากนักศึกษาที่เข้าร่วมรับฟังข้อมูลจำนวน 120 คน มีผู้แสดงความสนใจและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 50 คน สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจต่อโอกาสในการนำความรู้จากห้องเรียนไปทดลองใช้กับสถานการณ์จริง แม้นักศึกษาบางส่วนยังต้องพิจารณาความพร้อมด้านการเรียนและโครงงานจบก่อนตัดสินใจเข้าร่วม แต่สิ่งสำคัญคือโครงการได้เปิดให้เห็น “ช่องทาง” ของการนำความรู้ด้านการจัดการไปใช้ขับเคลื่อนชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ

ในมุมของนักศึกษา คุณค่าของโครงการไม่ได้หยุดอยู่ที่ประสบการณ์ของผู้เข้าร่วม แต่ยังมองไปถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน โดยคาดหวังว่านักศึกษาจะสามารถนำองค์ความรู้ด้านการบริหารและการจัดสรรทรัพยากรเข้าไปช่วยวิเคราะห์และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ตลอดจนช่วยให้ชุมชนมีแผนงานธุรกิจที่ชัดเจนและสามารถพัฒนาต่อยอดได้ด้วยตนเอง  ขณะที่มหาวิทยาลัยมีบทบาทในการสนับสนุนองค์ความรู้และเตรียมความพร้อมให้นักศึกษา โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาให้คำแนะนำเชิงวิชาการอย่างใกล้ชิด รวมถึงประสานความร่วมมือกับเครือข่ายชุมชนในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาสามารถลงพื้นที่เรียนรู้และทำงานร่วมกับชุมชนได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย ความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะเจ้าของโครงการ Amarin Academy ในฐานะผู้ดำเนินโครงการ และมหาวิทยาลัยในฐานะภาคีด้านการเรียนรู้และพัฒนานักศึกษา จึงทำให้ “โชว์ภูมิ” เป็นมากกว่ากิจกรรมหนึ่งของนักศึกษา แต่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัย นักศึกษา และชุมชนเข้าด้วยกัน คุณค่าของการเรียนรู้ไม่ได้อยู่เพียงสิ่งที่นักศึกษาจำได้จากตำรา แต่อยู่ที่ความสามารถในการนำความรู้ไปอ่านโจทย์ของโลกจริง ลงมือทำ และสร้างคุณค่าให้กับผู้คนรอบตัว

จาก “เรียนเพื่อรู้” สู่ “เรียนเพื่อทำ” และต่อยอดเป็น “ทำเพื่อสร้างคุณค่าให้บ้านเกิด”— นี่คืออีกหนึ่งเส้นทางการเรียนรู้ที่ “โชว์ภูมิ” กำลังเปิดให้นักศึกษามทร.สุวรรณภูมิได้ก้าวออกไปค้นหา



รูปภาพเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/share/p/19ZBrUo2yV/?mibextid=wwXIfr



ข้อมูลจาก : จัดทำ :นงทฉัตร งานสื่อสารองค์กรฯ


37 ครั้ง