RUS Exclusive Interview: นักศึกษามัลติมีเดียกับการสร้างสรรค์ “มาสคอตลีลาวดี” สื่อสารภาพลักษณ์มหาวิทยาลัย พร้อมลุยจัดกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 41
“เปิดโลกผ่านกิจกรรมนอกห้องเรียน พื้นที่แห่งการค้นพบศักยภาพ”
.png)
หนึ่งในเป้าหมายของ RUS Exclusive Interview คือการเล่าเรื่อง “คนทำงานจริง ผลงานจริง” ทั้งในมิติบุคลากรและนักศึกษา เพื่อให้สังคมได้เห็นศักยภาพของมหาวิทยาลัยในฐานะพื้นที่สร้างโอกาส และพื้นที่ที่ทำให้ความสามารถของผู้เรียนถูกพัฒนาจนกลายเป็นผลงานที่จับต้องได้
ครั้งนี้ เราขอพาผู้อ่านมารู้จักกับ “นักศึกษาผู้อยู่เบื้องหลังงานสร้างสรรค์” ที่กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำมหาวิทยาลัยในอีกก้าวสำคัญ นั่นคือ การออกแบบมาสคอตประจำการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย ที่ไม่ใช่เพียงตัวการ์ตูนแสนน่ารัก แต่เป็นงานที่ต้องคิดทั้ง “อัตลักษณ์ ความหมาย สีสัน พลังความรู้สึก” และการนำไปใช้จริงในงานประชาสัมพันธ์ระดับเครือข่าย
บทสัมภาษณ์นี้ เราพูดคุยกับ “น้องฟ้า” นางสาวรัตน์ธิตา วงษ์เด่น นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี RUS ผู้สร้างสรรค์มาสคอต “ลีลาวดี” ที่หยิบ “ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย” และ “สีเหลืองทอง” มาถ่ายทอดเป็นคาแรกเตอร์ร่วมสมัย พร้อมแนวคิด “ความสดใส มิตรภาพ และพลังบวกของกีฬา”

Q: ขอให้น้องแนะนำตัวเองหน่อยครับ
น้องฟ้า: สวัสดีค่ะ ดิฉัน นางสาวรัตน์ธิตา วงษ์เด่น ชื่อเล่น ฟ้า ค่ะ ตอนนี้เรียนอยู่ ปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3 สาขา เทคโนโลยีมัลติมีเดีย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (RUS) ค่ะ
หนูเป็นคนที่ชอบงานสายสร้างสรรค์ ทั้งงานออกแบบ งานตัดต่อ และงานที่ต้องใช้ไอเดียกับรายละเอียดค่ะ เลยรู้สึกว่าเรียนสาขานี้แล้ว “ได้ใช้ความชอบของตัวเองจริง ๆ” และได้พัฒนาไปอีกขั้นจากที่เคยทำแบบงานอดิเรกมาก่อนค่ะ
Q: น้องเป็นคนอยุธยา แล้วทำไมถึงเลือกเรียนที่ RUS ครับ
น้องฟ้า: ใช่ค่ะ หนูเป็นคนอยุธยา เรียนใกล้บ้านเป็นเหตุผลหนึ่ง เพราะทำให้การเดินทางและการจัดการชีวิตประจำวันสะดวกขึ้นค่ะ หนูจบจาก อาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยา แล้วพอจะเลือกเรียนต่อ หนูมองหาสาขาที่ “ตรงกับตัวเอง” มากที่สุด ซึ่งหนูชอบงานด้าน ออกแบบ ตัดต่อ วาดรูป ทำกราฟิก อยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าสาขามัลติมีเดียตอบโจทย์ค่ะ ที่สำคัญคือพอได้เข้ามาเรียน หนูรู้สึกว่าสิ่งที่ได้มันมากกว่าที่คิด เพราะไม่ได้มีแค่ออกแบบอย่างเดียว แต่ยังได้เรียนรู้เรื่อง การถ่ายทำ การทำโปรดักชัน การทำงานเป็นทีม และงานที่ต้องสื่อสารให้คนเข้าใจ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หนูไม่เคยคาดฝันมาก่อนค่ะ
Q: ก่อนเข้ามาเรียน มองมหาวิทยาลัยไว้แบบไหน แล้วความจริงเป็นอย่างไร
น้องฟ้า: ตอนแรกหนูตื่นเต้นมากค่ะ เพราะมหาวิทยาลัยดูใหญ่ กว้าง และมีบรรยากาศที่ต่างจากเดิมมาก ๆ จนหนูคิดเล่น ๆ ว่า “เดินหลงทางได้แน่” (หัวเราะ) แล้วก็มีความกังวลเหมือนกันค่ะ ตอนนั้นคิดว่า “มหาวิทยาลัยต้องยากแน่ ๆ” ทั้งเรื่องการเรียน การปรับตัว เพื่อนใหม่ อาจารย์จะดุไหม จะกดดันไหม และเรื่องกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราไม่เคยเจอ แต่พอมาเรียนจริง ๆ หนูรู้สึกว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ อาจารย์ส่วนใหญ่เป็นกันเอง พูดคุยได้ให้คำปรึกษาได้และมีวิธีช่วยให้เราเรียนรู้ทีละขั้น ไม่ใช่โยนโจทย์ยาก ๆ แล้วปล่อยเราไว้คนเดียว หนูเลยรู้สึกว่า “เราอยู่ตรงนี้แล้วไปต่อได้” และค่อย ๆ มั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ
Q: เรียนมา 3 ปีแล้ว ชีวิตและการเรียนในสาขาวิชามัลติมีเดียเป็นอย่างไรบ้าง
น้องฟ้า: ถ้ามองภาพรวม 3 ปีที่ผ่านมา หนูรู้สึกว่าเป็นช่วงที่ “ได้โตขึ้นจริง ๆ” ค่ะ ทั้งในด้านทักษะและวิธีคิดแน่นอนว่ามีบางวิชาที่เครียด เพราะงานมัลติมีเดียต้องใช้ความละเอียด ต้องแก้หลายรอบ และต้องบริหารเวลาให้ดี แต่หนูรู้สึกว่ามันเป็นความเครียดที่ทำให้เราเก่งขึ้นค่ะ ในขณะเดียวกันก็มีหลายวิชาที่สนุกมาก เพราะได้ลงมือทำจริง ได้ลองทำชิ้นงาน ได้เห็นผลงานของตัวเองค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่าง และได้เรียนรู้จากการทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ ด้วย หนูรู้สึกว่าแต่ละรายวิชาช่วยพัฒนาเรา “คนละมิติ” บางวิชาฝึกเรื่องความคิดสร้างสรรค์ บางวิชาฝึกเรื่องเทคนิค บางวิชาฝึกเรื่องการเล่าเรื่องและการสื่อสาร และบางวิชาก็ทำให้เราเข้าใจการทำงานจริงมากขึ้น เช่น
ต้องรับฟังความคิดเห็น ปรับตามโจทย์ และทำงานให้ทันเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในอนาคตค่ะ
Q: อะไรทำให้น้องทำกิจกรรมนอกห้องเรียน ทั้งที่หลายคนเรียนเสร็จก็แยกย้ายไปใช้ชีวิตส่วนตัว
น้องฟ้า: หนูคิดว่าคำตอบหลักคือ “ความสนุก” ค่ะ เพราะพอได้ลองทำกิจกรรมหรือโปรเจกต์กับอาจารย์และเพื่อน ๆ แล้ว หนูรู้สึกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากการเรียนในห้องอย่างเดียวอีกอย่างคือหนูรู้สึกว่าอาจารย์หลายท่านมีความสามารถหลากหลาย และมีกระบวนการทำงานที่ทำให้เราได้เรียนรู้จริง ๆ ไม่ใช่แค่สั่งให้ทำ แต่มีการแนะนำ มีการให้ลอง และมีการช่วยให้เราเห็นว่าทำไมต้องทำแบบนี้ พอทำไปเรื่อย ๆ หนูรู้สึกเหมือนได้เปิดโลก ได้เจอสถานการณ์ใหม่ ๆ ได้เจอสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อน แล้วมันทำให้หนูอยากพัฒนาตัวเองต่อค่ะและกิจกรรมก็ทำให้หนูได้เจอสังคมใหม่ด้วย มีทั้งรุ่นพี่ เพื่อนในรุ่น หรือคนที่ไม่เคยสนิทกันมาก่อน แต่พอมาทำงานร่วมกัน กลายเป็นสนิทกันได้ เพราะเราผ่านงานด้วยกัน มีเป้าหมายร่วมกันค่ะ
Q: ก่อนมาสคอต “ลีลาวดี” น้องเคยทำกิจกรรมหรือผลงานอะไรบ้าง
น้องฟ้า: หนูเคยร่วมทำภาพยนตร์หนังสั้น งานสมโภช 700 ปี หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิงวรวิหารค่ะ ซึ่งเป็นงานที่ทำร่วมกับอาจารย์ในหลักสูตร ตอนนั้นหนูได้บทบาทเป็น “นักแสดง” ด้วยค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ใหม่มากสำหรับหนู เพราะหนูไม่เคยแสดงจริงจังมาก่อน ก่อนเริ่มมีการแคสนักแสดง แล้วตอนที่อาจารย์เลือกหนู หนูแอบตกใจเหมือนกัน เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ แต่พอได้รับโอกาสแล้ว หนูก็คิดว่าอยากลองทำให้ดีที่สุด สุดท้ายหนูก็ทำได้จนจบงาน และรู้สึกว่ามัน “ปลดล็อก” ตัวเองมาก ทำให้เราได้ความมั่นใจเพิ่มขึ้น ได้ฝึกความกล้า ได้ฝึกความรับผิดชอบ และได้เรียนรู้ว่าการทำงานจริงต้องมีวินัย ต้องตรงเวลา และต้องพร้อมปรับตัวตลอดค่ะ
Q: มาสคอต “ลีลาวดี” เริ่มต้นอย่างไร ทำไมถึงมาถึงการคัดเลือกจริง
น้องฟ้า: จุดเริ่มต้นมาจากรายวิชา Character Design ค่ะ เป็นงานในชั้นเรียนที่อาจารย์ให้โจทย์เกี่ยวกับกีฬาสุวรรณภูมิเกมส์ อาจารย์ให้อิสระมากค่ะ แต่ละคนออกแบบตามสไตล์ตัวเองได้เต็มที่ เลือกวิธีทำได้ว่าจะใช้โปรแกรมหรือเทคนิคอะไร ขอแค่มีแนวคิดชัดเจนและอธิบายได้ว่าออกแบบจากอะไร ทั้งห้องมีประมาณเกือบ 30 คน ทุกคนทำคนละแบบ แล้วมีขั้นตอนให้เราพรีเซนต์ ว่าแนวคิดของเราคืออะไร จุดเด่นคืออะไร และมันเหมาะกับการเป็นมาสคอตยังไง จากนั้นคณะกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องก็ร่วมกันพิจารณา เพื่อเลือกผลงานที่เหมาะสมสำหรับการนำไปใช้จริงค่ะ
Q: แนวคิดออกแบบ “ลีลาวดี” ของน้องคืออะไร
น้องฟ้า: หนูตั้งใจออกแบบให้ดู เรียบง่าย แต่จำได้ง่ายค่ะ ไม่อยากใส่รายละเอียดเยอะเกินไปจนดูรก เพราะ
มาสคอตต้องนำไปใช้ได้หลายรูปแบบ ทั้งสื่อออนไลน์ สื่อสิ่งพิมพ์ หรือกิจกรรมต่าง ๆ หนูเลยเริ่มจากการไปหาข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย แล้วเจอว่าลีลาวดีเป็นดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย และ สีเหลืองทอง ก็เป็นสีที่สื่อถึงมหาวิทยาลัยด้วย หนูเลยหยิบสองอย่างนี้มาเป็นแกนหลัก หนูอยากให้คาแรกเตอร์สื่อถึง “นักกีฬา” ที่มีพลัง มีมิตรภาพ มีความสามัคคี และมีความเป็นพลังบวก เลยออกแบบให้ลีลาวดีดูสดใส น่ารัก เป็นมิตร เห็นแล้วรู้สึกอยากเข้าใกล้ และรู้สึกว่าเป็นตัวแทนบรรยากาศที่ดีของกิจกรรมกีฬาได้ค่ะ
Q: คาแรกเตอร์อยากให้คนรู้สึกอย่างไร และมีจุดเด่นอะไร
น้องฟ้า: หนูอยากให้คนรู้สึกว่าเป็นคาแรกเตอร์ที่ ร่าเริง สดใส ค่ะ เพราะหนูเชื่อว่าสีเหลืองให้ความหมายเรื่องพลังบวก ความสุข และความอบอุ่น จุดเด่นคือหนูตั้งใจให้ “ดอกลีลาวดี” เป็นองค์ประกอบหลักที่เห็นแล้วจำได้ทันที โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าให้เป็นจุดที่เด่นที่สุด เพื่อให้คนเห็นแล้วรู้ว่า “นี่คือ RUS” ได้แบบไม่ต้องอธิบายเยอะค่ะ

Q: ตอนรู้ว่าผลงานได้รับเลือก รู้สึกอย่างไร
น้องฟ้า: ตอนแรกหนูไม่ได้คิดเลยว่าจะได้รับเลือกค่ะ เพราะเพื่อน ๆ เก่งกันทุกคน และผลงานในห้องมีหลากหลายมาก แต่พอรู้ว่าอาจารย์เลือกผลงานของหนู หนูรู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากค่ะ เหมือนเป็นรางวัลของความตั้งใจ มันทำให้หนูรู้สึกภูมิใจในตัวเองด้วย เพราะหนูชอบออกแบบมาตั้งแต่อาชีวะ พอมาเรียนมหาวิทยาลัยแล้วได้ทำ “มาสคอตประจำกีฬามหาวิทยาลัย” จริง ๆ หนูรู้สึกว่าเรามาถูกทาง และมันยืนยันว่าเราสามารถต่อยอดความชอบให้กลายเป็นผลงานที่มีคุณค่าได้ค่ะ
Q: มองอนาคตตัวเองอย่างไรหลังจากได้ทำงานจริงแบบนี้
น้องฟ้า: หนูอยากเป็น อาจารย์ ค่ะ อยากสอนด้านศิลปะและการออกแบบคาแรกเตอร์ เพราะหนูรู้สึกว่าการสอนเป็นสิ่งที่มีความหมาย และหนูอยากถ่ายทอดสิ่งที่ตัวเองเรียนรู้ให้คนอื่นด้วย คุณแม่หนูก็สอนศิลปะอยู่แล้ว เลยเป็นแรงบันดาลใจหนึ่งค่ะ หนูอยากเรียนต่อปริญญาโทเพื่อเพิ่มความรู้และความน่าเชื่อถือในสายงาน และอยากพัฒนาตัวเองให้พร้อมสำหรับเส้นทางนี้จริง ๆ ค่ะ
Q: มุมมองต่อ AI ในงานออกแบบ ประโยชน์และข้อควรระวัง
น้องฟ้า: AI ช่วยได้หลายอย่างค่ะ ทั้งการเป็นผู้ช่วยคิด ช่วยหาแนวทาง หรือช่วยให้เราทำงานเร็วขึ้น แต่หนูคิดว่าข้อควรระวังคือเรื่อง ลิขสิทธิ์ และการใช้อย่างมีจริยธรรม เพราะบางอย่างถ้าเราไม่ระวังอาจไปทับซ้อนผลงานคนอื่นโดยไม่รู้ตัว หนูเชื่อว่า AI ไม่ควรเป็นคนทำแทนเราทั้งหมด เราต้องเป็นคนคิดหลัก เป็นคนตัดสินใจหลัก แล้วใช้ AI เป็นผู้ช่วย เพื่อให้ผลงานยังเป็น “ตัวตนและความสามารถ” ของเราเองค่ะ
Q: ฝากถึงน้อง ๆ ที่ลังเลเรื่องสาขาวิชามัลติมีเดียหรือการมาเรียน RUS
น้องฟ้า: หนูอยากบอกว่าตอนแรกหนูก็ลังเลเหมือนกันค่ะ แต่พอได้เข้ามาเรียน หนูรู้สึกว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาและเปลี่ยนตัวเองได้จริง ๆไม่ใช่แค่ความรู้ แต่เป็นทั้งประสบการณ์ วิธีคิด ความมั่นใจ และทักษะที่เราเอาไปใช้ต่อได้ในอนาคตค่ะ ถ้าเราเข้ามาแล้ว “กล้าลอง” ทำกิจกรรม ทำโปรเจกต์ หรือรับโอกาสที่เข้ามา หนูเชื่อว่าทุกคนจะได้อะไรกลับไปมากกว่าที่คิดค่ะ
บทสัมภาษณ์ของ “น้องฟ้า” สะท้อนให้เห็นชัดว่า การเรียนมัลติมีเดียในรั้วมหาวิทยาลัยวันนี้ ไม่ใช่แค่การเรียนทฤษฎีเพื่อสอบผ่าน แต่คือการ “เรียนผ่านการลงมือทำ” และการสร้างผลงานจริงที่มีโอกาสถูกนำไปใช้จริงในระดับมหาวิทยาลัยและระดับเครือข่าย การที่มาสคอต “ลีลาวดี” เริ่มต้นจากงานในชั้นเรียน แล้วเติบโตสู่การเป็นผลงานที่ได้รับการคัดเลือก เป็นตัวอย่างของระบบการเรียนรู้ที่ให้ พื้นที่ทดลอง เวทีแสดงความสามารถ การยืนยันศักยภาพของผู้เรียน และยังตอกย้ำว่าที่ RUS นักศึกษาไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความรู้ แต่เป็น “ผู้สร้างสรรค์ภาพลักษณ์” และเป็น “คนรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนแบรนด์มหาวิทยาลัยได้จริง”
หากคุณกำลังมองหาสาขาที่ให้คุณได้สร้างผลงานจริง ได้ฝึกทักษะจริง และได้เติบโตทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์และอาชีพ สาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย RUS พร้อมเป็นพื้นที่ให้คุณได้ลอง ได้ทำ และได้ภูมิใจกับผลงานของตัวเอง
ผู้ให้สัมภาษณ์: นางสาวรัตน์ธิตา วงษ์เด่น (ฟ้า)
สังกัด: สาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ประเด็นสัมภาษณ์: การสร้างสรรค์ “มาสคอตลีลาวดี” สื่อสารภาพลักษณ์มหาวิทยาลัย
ผู้สัมภาษณ์: ผศ.ว่าที่ร้อยตรี ดร.ธนรัตน์ รัตนพงศ์ธระ
หน่วยงานเผยแพร่: งานสื่อสารองค์กรและกิจการระหว่างประเทศ กองกลาง



