RUS Exclusive Interview: 5 นักศึกษา RUS แชร์ประสบการณ์แลกเปลี่ยนที่จีน เปิดโลกกว้าง ฝึกความกล้า และพัฒนาทักษะชีวิต

“วันแรกที่จีน หอพักชั้น 6 และการต้อนรับที่อบอุ่นเกินคาด”

โอกาสการเรียนรู้ที่ “เปลี่ยนมุมมองชีวิต” ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน แต่เกิดขึ้นได้จริงเมื่อเราออกไปอยู่ต่างสภาพแวดล้อม เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ และต้องพึ่งพาตัวเองในสถานการณ์จริง RUS Exclusive Interview พาไปฟังเสียงของนักศึกษา RUS จำนวน 5 คน ซึ่งเป็นตัวแทนเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา โครงการพัฒนาศักยภาพภาษาและวัฒนธรรมจีนสู่เวทีนานาชาติ รุ่นที่ 1 ณ Lianyungang Specialized Secondary School เมืองเหลียนหยุนกัง มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน นักศึกษาเข้าร่วมโครงการตั้งแต่พฤศจิกายน 2568 - กุมภาพันธ์ 2569 เป็นเวลาประมาณ 2 เดือนครึ่ง ประสบการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเปิดโลกทัศน์ด้านภาษาจีนและทักษะวิชาชีพ แต่ยังทำให้นักศึกษา “โตขึ้น” ในมิติของความมั่นใจ วินัย ความกล้าในการสื่อสาร และการใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย

จากวันแรกที่ต้องแบกกระเป๋าขึ้นหอพักชั้น 6 ไปจนถึงการเรียนแบบเข้มข้นตั้งแต่เช้า บ่าย จวบจนภาคค่ำ ในสถาบันอาชีวศึกษาที่จีน ทุกช่วงเวลาถูกแปลงเป็นบทเรียนสำคัญที่นำกลับมาต่อยอดสู่อนาคต ทั้งในสายท่องเที่ยว บริการ และการทำงานในโลกที่ต้องการคนพร้อมลุยจริง

Q: รู้ข่าวโครงการจากช่องทางไหน และอะไรทำให้ตัดสินใจสมัคร

น้องน้ำทิพย์: ได้ทราบจากอาจารย์ประจำสาขาที่คณะประกาศจากงานด้านกิจการะหว่างประเทศและมีกลุ่มเพื่อนที่สนใจไปแลกเปลี่ยนที่จีนอยู่แล้ว จึงชวนกันหาข้อมูลและสมัครร่วมโครงการทันที เพราะส่วนตัว “ไม่เคยไปต่างประเทศ” มาก่อน และอยากไปเห็นวัฒนธรรมจริง ๆ ว่าที่จีนเขาเรียนและใช้ชีวิตกันอย่างไร แตกต่างจากไทยแค่ไหน

Q: ความรู้สึกแรกเมื่อรู้ว่าจะได้ไปจีนเป็นระยะเวลาหลายเดือน

น้องน้ำทิพย์: รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเป็นโอกาสที่หาได้ไม่ง่ายสำหรับนักศึกษา บางคนอยากไปต่างประเทศแต่ติดข้อจำกัดเรื่องงบประมาณหรือความกล้า โครงการนี้เลยเหมือน “ประตูบานใหม่” ที่ทำให้ได้ลองใช้ชีวิตจริง และได้เรียนรู้นอกกรอบเดิมของตัวเอง

Q: วันแรกที่ไปถึงจีนเป็นอย่างไรบ้าง

น้องอันปัง: วันแรกคือ “ว้าว” ตั้งแต่เข้าหอพักเลยค่ะ ตอนแรกคิดว่าจะมีลิฟต์ แต่กลายเป็นต้องเดินบันไดทั้งหมด แถมได้อยู่ชั้น 6 ต้องลากกระเป๋าขึ้นไปเอง เหนื่อยมากแต่ก็เป็นบทเริ่มต้นของการปรับตัว พอเปิดห้องเข้าไปยิ่งประทับใจ เพราะทุกห้องมีการตกแต่งต้อนรับ บางห้องมีข้อความ “ยินดีต้อนรับ / สวัสดีค่ะ” และที่น่ารักมากคือเด็กจีนวาดภาพการ์ตูนใส่ชุดไทยไว้ขนาดใหญ่ เหมือนตั้งใจทำเพื่อรับพวกเรา ทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้เป็น “คนแปลกหน้า” แต่เป็นแขกที่เขาอยากดูแลจริง ๆ

Q: การเรียนและกิจกรรมที่จีนต่างจากไทยอย่างไร

น้องอันปัง: ที่จีนเรียนหนักและเป็นระบบมาก เวลาเรียนแตกต่างจากไทยชัดเจน คือ เช้า 07.00–11.00 น. จากนั้นพัก แล้วกลับมาเรียน ช่วงบ่ายประมาณ 14.00–16.00 น. และยังมี ภาคค่ำ 18.30–20.00 น. เรียนแบบนี้ตลอด               5 วัน/สัปดาห์ จุดที่เด่นคือ “เน้นปฏิบัติจริง” เพราะเป็นสถาบันสายอาชีวะ ทำให้เราได้ลงมือทำมากกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่นั่งฟังทฤษฎีอย่างเดียว

Q: ได้เรียน/ทำกิจกรรมอะไรบ้างในโครงการนี้

น้องอันปัง & น้องกัปตัน: มีกิจกรรมหลากหลายมาก เช่น วัฒนธรรมชงชา และเรียนรู้มารยาทจีน วัฒนธรรมการดื่มชาจีน ปั้นเกี๊ยว งานครัวและความประณีต แกะสลักผลไม้ และงานฝีมือ กระดาษ พับงานศิลป์ ร้องเพลง กิจกรรมสันทนาการ วิชาที่เกี่ยวกับ ไกด์ โรงแรม บริการ ภาคทฤษฎีภาคผสมปฏิบัติ รวมถึงวันหยุดทางสถาบันจัดทัศนศึกษา ให้ไปเรียนรู้โดยลงพื้นที่จริง ทำให้เราเห็นเมือง เห็นวิถีชีวิต และได้มุมมองใหม่ ๆ จาก “การอยู่ในสถานการณ์จริง”

Q: ปรับตัวยากไหม โดยเฉพาะเรื่องภาษาและการใช้ชีวิต

น้องอุ้ม: ช่วงแรกมีคิดถึงบ้านครับ และต้องปรับตัวหลายอย่าง โดยเฉพาะการสื่อสาร เวลาออกไปกินข้าวหรือซื้อของ บางครั้งคุยไม่รู้เรื่อง ก็ใช้วิธีเอาตัวรอดด้วย ภาษากาย + Application แปลภาษา + ถ่ายรูปเมนูแล้วชี้สั่ง โดยรวมใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ถึงเริ่มเข้าที่เข้าทาง ทั้งตารางชีวิต การเดินทาง และการใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อน ๆ

Q: หลังกลับมา รู้สึกว่าตัวเอง “พัฒนา” ด้านไหนชัดที่สุด

น้องกิ่งไผ่: รู้สึกว่าตัวเอง “กล้าใช้ภาษาจีน” มากขึ้นค่ะ อยู่ที่นั่นเราต้องสื่อสารเพื่อเอาตัวรอด พอพูดผิดเขาก็ช่วยแก้ ช่วยบอกคำที่ถูก ทำให้เราไม่อายและกล้าพูดมากขึ้น นอกจากภาษาจีนแล้ว ยังพึ่งตัวเองได้มากขึ้น กล้าคุยกับคนแปลกหน้า กล้าตัดสินใจ และมีทักษะชีวิตแบบที่ตอนอยู่ไทยอาจไม่ค่อยได้ใช้ เช่น การจัดการเงิน การต่อรองราคา การเดินทาง และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

Q: ได้มุมมองใหม่ต่อ “คนจีน” หรือวัฒนธรรมจีนอย่างไร

น้องกัปตัน: ก่อนไปอาจคิดว่าคนจีนเสียงดัง แต่พอไปจริง ๆ มันเป็นเรื่องปกติของวัฒนธรรมการสื่อสาร เขาคุยกันแบบนั้นตามธรรมชาติ อีกอย่างคือเห็นการใช้เทคโนโลยีและระบบขนส่ง เช่น รถไฟฟ้า ทำให้เราเห็นภาพการพัฒนาเมืองและวิถีชีวิตที่แตกต่าง และเอามาเป็นไอเดียในการมองโลกกว้างขึ้น

Q: อยากฝากอะไรถึงเพื่อน ๆ ที่กำลังลังเลว่าจะออกไปแลกเปลี่ยนดีไหม

น้องน้ำทิพย์: อยากให้ลอง “ออกจากเซฟโซน” ดูค่ะ ไปแล้วจะรู้ว่าไม่ได้มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิด เราได้ประสบการณ์ใหม่ ได้เพื่อนต่างชาติ ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และได้ความรู้กลับมาแบบจับต้องได้ที่สำคัญคือคนจีนหลายพื้นที่มีทัศนคติดีกับคนไทยมาก บางครั้งเจอเราพูดไทยก็เข้ามาทัก ถามว่าเป็นคนไทยไหม และขอถ่ายรูปด้วย ทำให้รู้สึกอบอุ่นและสนุกกับการเรียนรู้

Q: อยากบอกอะไรกับมหาวิทยาลัย และอยากให้จัดโครงการแบบนี้ต่อไหม

น้องอันปัง: อยากขอบคุณงานด้านกิจการระหว่างประเทศ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยที่จัดโครงการดี ๆ เพราะหลายคนอาจไม่มีโอกาสไปต่างประเทศเอง โครงการนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ทำให้เราได้ไปจริงและกลับมาพร้อมประสบการณ์ที่เล่าและส่งต่อให้รุ่นน้องได้และอยากให้มหาวิทยาลัยจัดต่อเนื่องค่ะ เพราะทำให้เราได้ทั้งเพื่อนใหม่ ความกล้า ความมั่นใจ และทักษะชีวิตที่ชัดเจนมากขึ้น

ประสบการณ์การแลกเปลี่ยนนักศึกษา ณ สาธารณรัฐประชาชนจีนของนักศึกษา RUS ทั้ง 5 คน สะท้อนชัดว่า “การเรียนรู้ที่แท้จริง” เกิดขึ้นเมื่อเราได้ลงสนามจริง จากการอยู่หอพัก การใช้ชีวิตต่างวัฒนธรรม ไปจนถึงการเรียนแบบเข้มข้นที่เน้นปฏิบัติ สิ่งที่นักศึกษากลับมาพร้อมกันไม่ใช่เพียงความทรงจำ แต่คือ ความกล้าในการสื่อสาร ความมั่นใจในการพึ่งพาตนเอง การมีวินัยการใช้ชีวิต และมุมมองใหม่ต่อโลกการทำงาน โดยเฉพาะในสายท่องเที่ยวและบริการที่ต้องทำงานกับผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ
 
หากคุณเป็นนักศึกษา RUS ที่กำลังลังเลว่าจะก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยดีไหม เสียงของพวกเขายืนยันว่า “โอกาสแบบนี้คุ้มค่า” และอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย นักศึกษาที่สนใจโครงการแลกเปลี่ยน ติดตามประกาศโครงการรอบถัดไปผ่าน ช่องทางการประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย และสอบถามรายละเอียดกับหน่วยงานของนักศึกษาหรือที่งานด้านกิจการระหว่างประเทศได้ และอย่าลืมติดตาม RUS Exclusive Interview แรงบันดาลใจจากบุคลากรและนักศึกษา RUS ได้เป็นประจำ ผ่านเว็บไซต์มหาวิทยาลัยและแฟนเพจ
 
ผู้ให้สัมภาษณ์:
 
“น้ำทิพย์” น้ำทิพย์ วุฒิศาสตร์
 
“กิ่งไผ่” ภูมิรัตน์ โงนสันเทียะ
 
“อุ้ม” ภานรินทร์ แก้วโชติ
 
“อันปัง” กรทิพย์ ศรีเทพ
 
“กัปตัน” กานตพงศ์ หนองเลา
 
สังกัด: สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการบริการเชิงนวัตกรรม คณะศิลปศาสตร์
 
ประเด็นสัมภาษณ์: แชร์ประสบการณ์แลกเปลี่ยนที่จีน เปิดโลกกว้าง ฝึกความกล้า และพัฒนาทักษะชีวิต
 
ผู้สัมภาษณ์: ผศ.ว่าที่ร้อยตรี ดร.ธนรัตน์ รัตนพงศ์ธระ
 
หน่วยงานเผยแพร่: งานสื่อสารองค์กรและกิจการระหว่างประเทศ กองกลาง




ข้อมูลจาก : ผู้เขียน จัดทำ : งานสื่อสารองค์กรและกิจการระหว่างประเทศ


72 ครั้ง