สภามหาวิทยาลัย มทร.สุวรรณภูมิ ปลื้มผลงานวิจัย “แพะกรุงศรี” ยกระดับธุรกิจฮาลาล สร้างรายได้ชุมชนกว่า 99 ล้านบาทต่อปี

รองศาสตราจารย์ ดร.ประมุข อุณหเลขกะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โครงการวิจัย “การพัฒนาผู้ประกอบการเกี่ยวกับแพะสู่ธุรกิจฮาลาลด้วยกลไกขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าใหม่ เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา” นับเป็นผลงานสำคัญที่สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการบูรณาการวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมร่วมกับความต้องการของชุมชน จนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งด้านการผลิต การตลาด และการพัฒนาผู้ประกอบการ

ศาสตราจารย์พิเศษชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ กล่าวชื่นชมความสำเร็จของคณะนักวิจัยจาก 3 คณะ (บริหารธุรกิจฯ, เทคโนโลยีการเกษตรฯ, วิทยาศาสตร์ฯ) ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากบพท. โดยระบุว่า โครงการ “แพะกรุงศรี” เป็นต้นแบบเด่นของการนำงานวิจัยมาพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนกพร ภาคีฉาย หัวหน้าโครงการ พร้อมด้วยทีมวิจัย ระบุว่า การเข้าไปดำเนินงานตลอด 2 ปี (ปี 2564 และ 2566) ได้ขับเคลื่อนตราสินค้า “แพะกรุงศรี : Heart of Halal” และปรับห่วงโซ่คุณค่าใหม่ (New Local Value Chain) เพื่อยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่น (Local Enterprises) ที่เข้มแข็ง ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงประจักษ์ใน 5 มิติ (H-E-A-R-T) ดังนี้ 

H - Health (คุณภาพและมาตรฐาน): พัฒนาการจัดการฟาร์มและสูตรอาหาร แก้ปัญหากลิ่นสาบได้สำเร็จ ได้เนื้อแพะคุณภาพเยี่ยมเทียบเท่าเกรดออสเตรเลีย และนมแพะมาตรฐานระดับดีมาก พร้อมผลักดันให้เกิดฟาร์มมาตรฐานปลอดโรค (GFM) 3 แห่ง (รับผิดชอบโดย ผศ.สนทยา มูลศรีแก้ว คณะเทคโนโลยีการเกษตรฯ)

E - Entrepreneur (ยกระดับผู้ประกอบการ): พัฒนาทักษะผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนเป้าหมายได้ 20 กลุ่ม รวม 127 ราย ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการจัดการ Farm to Table (รับผิดชอบโดย อ.กนกวลี คงสง คณะบริหารธุรกิจฯ ขับเคลื่อนร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)

A - Attraction (กระตุ้นท่องเที่ยวด้วยผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง): แก้ปัญหาแพะเนื้อล้นตลาดด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน เช่น แกงแพะกรุงศรี (ได้มาตรฐาน อย.) แพะเตี๋ยวเรือ, พิซซ่าหน้าแพะ และไอศกรีมนมแพะ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจนมียอดบริโภคเนื้อแพะพุ่งสูงถึง 26.5 ตันต่อปี (รับผิดชอบโดย อ.เสน่ห์ บัวสนิท คณะเทคโนโลยีการเกษตรฯ)

R - Reduce (รักษ์สิ่งแวดล้อม): ระบบฟาร์มที่มีประสิทธิภาพช่วยลดปริมาณมูลและของเสียลงได้ถึง 28.8 ตันต่อปี

T - Total Value (สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ): การปรับห่วงโซ่คุณค่าใหม่ช่วยกระจายรายได้สู่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ดันมูลค่ารวมเนื้อแพะจาก 5.3 ล้านบาท พุ่งเป็น 99.5 ล้านบาทต่อปี และนมแพะจาก 4 แสนบาท เพิ่มเป็น 1.9 ล้านบาทต่อปี ด้วยโซ่คุณค่าใหม่ ที่สร้างคานงัด เขียงแพะ และ จุดตรวจสอบน้ำนมดิบ (รับผิดชอบโดย ผศ.ดร.กนกพร ภาคีฉาย คณะบริหารธุรกิจฯ)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนกพร กล่าวทิ้งท้ายว่า ผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญที่สุดของโครงการคือ การสร้างการจ้างงานในพื้นที่ได้ถึง 156 คน และเกิดการกระจายรายได้ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยากว่า 99.51 ล้านบาทต่อปี (คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อหัวของผู้ประกอบการสูงถึง 87,230 บาทต่อเดือน) ความสำเร็จของ “แพะกรุงศรี” จึงนับเป็นต้นแบบสำคัญของการนำวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มาขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ สร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่ให้สินค้าเกษตร ยกระดับผู้ประกอบการสู่ธุรกิจฮาลาล และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เชื่อมโยงภาคการผลิต ภาคธุรกิจ และชุมชน อันนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและประเทศต่อไป

 





ข้อมูลจาก : จัดทำ :นงทฉัตร งานสื่อสารองค์กรฯ


70 ครั้ง