จากนโยบายสู่คณะใหม่ “สาธารณสุขศาสตร์และนวัตกรรมการแพทย์ประยุกต์” อีกก้าวของ RUS สู่การสร้างกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต

เมื่อระบบสุขภาพกำลังเผชิญความท้าทายที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข การรับมือภัยพิบัติ และการป้องกันโรคที่มีความซับซ้อน “กำลังคนด้านสุขภาพ” จึงต้องมีมากกว่าความรู้ในตำรา แต่ต้องสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และ AI เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและตอบโจทย์ระบบสุขภาพในอนาคต ด้วยทิศทางดังกล่าว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ จึงเดินหน้าต่อยอดศักยภาพด้านสุขภาพที่มีอยู่เดิม สู่การจัดตั้ง “คณะสาธารณสุขศาสตร์และนวัตกรรมการแพทย์ประยุกต์” (Faculty of Public Health and Applied Medical Innovation) ออกเป็นประกาศมหาวิทยาลัย อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 โดยดำเนินการตามกรอบ ประกาศ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัย ให้มีสถานะเทียบเท่าคณะ เป็นหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย


จุดเริ่มต้นสำคัญมาจากการประชุมสภามหาวิทยาลัยครั้งที่พิเศษ ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนากำลังคนให้สอดรับกับบริบทด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลง ก่อนเดินหน้าสู่การพัฒนาด้านหลักสูตรและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง รองศาสตราจารย์ ดร.ประมุข อุณหเลขกะ อธิการบดี เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดตั้งคณะ และเป็นฝ่ายบริหารที่นำแนวนโยบายเข้าสู่กระบวนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย จนถึงการประชุมสภามหาวิทยาลัยครั้งที่ 9/2569 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เห็นชอบประกาศ และข้อบังคับ นำไปสู่การลงนามในเอกสารดังกล่าว โดยศาสตราจารย์พิเศษชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เกิดเป็นคณะใหม่ที่มุ่งผลิตกำลังคนด้านสุขภาพควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี และการบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมีฐานการจัดการศึกษาด้านสาธารณสุขและสุขภาพอยู่แล้ว ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก พร้อมวางเป้าหมายขยายการจัดการศึกษาไปสู่ 13 หลักสูตรภายในปี 2574 ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านหลักสูตรและการรับรองตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง แนวทางสำคัญคือการพัฒนาผู้เรียนให้มีทั้งความรู้ทางทฤษฎี ทักษะวิชาชีพ และประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง สามารถนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และ AI มาประยุกต์ใช้ในการจัดการสุขภาพ รวมถึงต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคม

เรียนรู้จากสถานการณ์จริง สู่ทักษะและนวัตกรรมด้านสุขภาพ....
ด้านอาจารย์ ดร.โสภาพรรณ แก้วหาญ อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร และผู้ดูแลภาพรวมด้านวิชาการของคณะ กล่าวว่า จุดเด่นของหลักสูตรคือการเรียนรู้จากปัญหาและสถานการณ์จริง นักศึกษาไม่ได้เรียนเฉพาะในห้องแล็บ แต่ได้ลงพื้นที่ชุมชน ศึกษาดูงาน และฝึกงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือทันสมัย เพื่อฝึกแก้ปัญหาหน้างานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ “เราเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้แก้ปัญหา โดยมีผลงาน เช่น ระบบคัดกรองผู้ป่วยด้วย AI และแอปพลิเคชันดูแลสุขภาพชุมชน ซึ่งเป็นผลงานร่วมระหว่างอาจารย์และนักศึกษาและนำไปทดลองใช้จริงในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการคัดกรองและประเมินโรคเบื้องต้นให้รวดเร็วขึ้น” การเรียนรู้ยังมุ่งพัฒนาทักษะข้ามศาสตร์ ทั้ง การแพทย์พื้นฐาน การคิดเชิงนวัตกรรม และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้บัณฑิตสามารถต่อยอดสู่อาชีพที่หลากหลาย อาทิ นักสาธารณสุข นักวิเคราะห์แผนและนโยบาย นักวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ นักพัฒนาระบบการแพทย์ดิจิทัล และผู้บริหารจัดการสาธารณสุขยุคใหม่ รวมถึงวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง


จากห้องเรียน สู่ประสบการณ์จริง และความภาคภูมิใจของผู้เรียน
สำหรับ นางสาวลัดดาวัลย์ บุญช่วย นักศึกษา ได้กล่าวว่า "การเรียนที่ RUS เปิดโอกาสให้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง ฝึกคิดแก้ปัญหา ทำงานร่วมกับผู้อื่น และเรียนรู้จากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ จนพัฒนาทั้งทักษะวิชาการและทักษะการทำงาน พร้อมต่อยอดสู่ประสบการณ์จริง ทั้งการเป็นผู้นำนักศึกษา การได้รับเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติจากพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และการได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ SEED PROJECT THAILAND ภาคกลาง ปีที่ 6 รู้สึกดีใจและภูมิใจที่มีคณะเป็นของตัวเอง ได้เรียนในศาสตร์ที่มีการจัดการเรียนการสอนที่ทันสมัยและสอดคล้องกับการนำไปใช้จริง ความรู้ที่ได้รับสามารถนำมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหา ลดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงช่วยให้มีทักษะการบริหารจัดการโครงการอย่างเป็นระบบ”.....ประสบการณ์เหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญสู่เป้าหมายในการพัฒนาตนเองเป็น นักวิชาการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ พร้อมนำความรู้ นวัตกรรม และทักษะจาก RUS ไปพัฒนาองค์กร ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน


จากคณะใหม่ สู่ระบบนิเวศกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต.....
ภารกิจของคณะครอบคลุมตั้งแต่การผลิตบัณฑิตและผู้เรียนหลักสูตรระยะสั้น การสร้างงานวิจัยและนวัตกรรม การบริการวิชาการและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนและสังคม ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ การเกิดขึ้นของ “คณะสาธารณสุขศาสตร์และนวัตกรรมการแพทย์ประยุกต์” จึงเป็นมากกว่าการเพิ่มหน่วยงานใหม่ แต่คือการต่อยอดจุดแข็งของมหาวิทยาลัย ที่นำ “เทคโนโลยีและนวัตกรรม” มาบรรจบกับ “ศาสตร์สุขภาพ” เพื่อสร้างระบบการเรียนรู้และกำลังคนที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง พร้อมพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสนับสนุนทิศทางประเทศไทยสู่ Medical Hub





