สภา มทร.สุวรรณภูมิ เห็นชอบนำร่องผลักดัน 4 เทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) เพื่อชุมชน เปลี่ยนปัญหาและวัสดุเหลือใช้ สู่การสร้างอาชีพและต่อยอดธุรกิจ

จากปัญหาฝุ่นหินที่เกิดขึ้นในกระบวนการโม่หิน วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่ยังขาดการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ไปจนถึงขั้นตอนการแปรรูปผลผลิตท้องถิ่นที่ต้องใช้แรงงานและเวลา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิได้นำโจทย์มาพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยนำเสนอสภามหาวิทยาลัยนำร่อง 4 เทคโนโลยี (Appropriate Technology) มุ่งลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างโอกาสให้ชุมชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง  ในการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่พิเศษ 3/2569  วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569  ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย ชั้น 2 อาคารราชมงคล 36 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี (เขตใต้) และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สภามหาวิทยาลัยเห็นชอบและผลักดันให้เกิดการต่อยอดอย่างเป็นรูปธรรม หนึ่งในผลงานที่สะท้อนการนำปัญหามาพัฒนาเป็นนวัตกรรม คือ กระเบื้องปูพื้นคอนกรีตจากฝุ่นหิน ผลงานของคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ยอดชาย สิงห์ทอง เป็นผู้พัฒนา จากปัญหาฝุ่นจำนวนมากที่เกิดขึ้นในโรงโม่หิน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต งานวิจัยจึงนำฝุ่นหินมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์กระเบื้องปูพื้นคอนกรีต เพื่อเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้และลดปัญหาการจัดการฝุ่น กระเบื้องดังกล่าวผ่านเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 378-2531 และได้รับการจดอนุสิทธิบัตร อีกทั้งผ่านการทดลองใช้งานในสถานที่จริงเป็นเวลา 6 เดือน โดยไม่พบการแตกร้าว บิดงอ หรือโก่งตัว จุดเด่นอีกประการคือการใช้วิธีหล่อขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์ ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่ากระบวนการอัดขึ้นรูปที่นิยมใช้ทั่วไป และมีศักยภาพในการลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมาก ผลงานนี้ยังมีแนวโน้มต่อยอดสู่การสร้างอาชีพในชุมชน โดยนายกเทศมนตรีตำบลสามชุกได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลงานจริง และเทศบาลมีแผนจัดสรรงบประมาณประจำปี 2571 สำหรับโครงการฝึกทักษะสร้างอาชีพให้แก่ชุมชน เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปใช้สร้างผลิตภัณฑ์และรายได้ต่อไป

ขณะเดียวกัน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมได้พัฒนาอีก 3 เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การทำงานและการแปรรูปผลผลิตในท้องถิ่น ได้แก่ เครื่องปอกเปลือกมะพร้าวอ่อน 3 ใบมีด ที่ช่วยให้การปอกมะพร้าวสะดวกและรวดเร็วขึ้น ลดภาระการใช้แรงงานและการพึ่งพาการใช้มีดแบบเดิม เครื่องยีลูกตาลสุก ที่ช่วยลดขั้นตอนและเวลาในการแยกเนื้อลูกตาลจากกระบวนการแบบดั้งเดิม ซึ่งต้องใช้แรงงานและทำให้เกิดความเมื่อยล้า และ เครื่องอัดขึ้นรูปกระถางเพาะชำชีวภาพจากฟางข้าว ที่นำฟางข้าวมาเพิ่มมูลค่าเป็นกระถางย่อยสลายได้ ช่วยลดการใช้ถุงเพาะชำพลาสติก และลดการกระทบกระเทือนรากพืชเมื่อต้องย้ายปลูก ทั้ง 3 ผลงานพัฒนาโดย อาจารย์อติศักดิ์ ไสวอมร และคณะ โดยให้นักศึกษามีส่วนร่วมตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา และทดลองใช้งานเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของผู้ใช้ สามารถช่วยลดภาระงาน เพิ่มความสะดวกในการผลิต และเปิดโอกาสให้ชุมชนนำไปประยุกต์ใช้สร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตและวัสดุในท้องถิ่น

จากการนำเสนอผลงานทั้ง 4 เทคโนโลยีต่อสภามหาวิทยาลัยครั้งนี้ ศาสตราจารย์พิเศษชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม นายกสภามหาวิทยาลัย เห็นชอบให้ผลักดันเทคโนโลยีที่พร้อมนำไปใช้ประโยชน์เหล่านี้ เพื่อให้ผลงานวิจัยไม่หยุดอยู่เพียงในมหาวิทยาลัย แต่สามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานจริงและสร้างประโยชน์แก่ชุมชนและท้องถิ่น  ด้าน ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ยังได้สนับสนุนแนวคิดการดำเนินโครงการ โดยเห็นว่าโครงการจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์เป็นผลงานที่น่าสนใจ พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานและการนำผลการวิจัยไปต่อยอด เพื่อขยายผลสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.ประมุข อุณหเลขะกะ อธิการบดี มทร.สุวรรณภูมิ กล่าวถึงแนวทางการต่อยอดกระถางเพาะชำชีวภาพจากฟางข้าวว่า ปัจจุบันมีกระถางที่ผลิตจากกาบมะพร้าวและผักตบชวาอยู่แล้ว หากนำงานวิจัยกระถางจากฟางข้าวไปพัฒนาต่อ โดยวิเคราะห์ต้นทุนและปรับกระบวนการผลิตให้มีต้นทุนต่ำที่สุด แต่เกิดประโยชน์สูงสุด ก็มีโอกาสต่อยอดเป็นธุรกิจในอนาคตและสร้างผลกำไรได้ 

นอกจากการสร้างเทคโนโลยีเพื่อชุมชน ผลงานเหล่านี้ยังเป็นพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การศึกษาปัญหา ออกแบบและพัฒนาเครื่องมือ ทดลองใช้งาน เก็บข้อมูล และปรับปรุงประสิทธิภาพ เป็นการเชื่อมโยงการเรียนการสอนกับงานวิจัยและการใช้ประโยชน์ในพื้นที่จริง  4 เทคโนโลยีจาก 2 คณะ จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความสามารถในการสร้างนวัตกรรม แต่แสดงให้เห็นกระบวนการทำงานของมหาวิทยาลัยที่เริ่มจากปัญหา พัฒนาเป็นองค์ความรู้และเทคโนโลยี เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์จริง และต่อยอดสู่การลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า สร้างอาชีพ และพัฒนาเป็นธุรกิจได้ในอนาคต สอดคล้องกับแนวคิดการผลักดันเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้เดินทางจากห้องวิจัยไปสู่มือของชุมชนอย่างแท้จริง



รูปภาพเพิ่มเติม : https://drive.google.com/drive/folders/1ccLyjfGGxHTNXiMBFKQ5nOxjvD3Z611o



ข้อมูลจาก : ภาพ: อภิเษก /หัตถ์เทพ จัดทำ :นงทฉัตร งานสื่อสารองค์กรฯ


93 ครั้ง